Vris: profil[-Sepia-] - MemoriesFotografieBlogSeznamy Nástroje Nápověda

Blog


24 února

คุณกำลังกลัวความรักอยู่หรือเปล่า?

“ความรัก คือ การทิ้งความกลัวไป“
คำกล่าวที่มีความหมายดี ๆ นี้ดูสวยงาม
แต่อาจจะยากแก่การลงมือทำ

จริง ๆ ในสายตาของบางคน
ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องความรักมาเลย
หรือคนที่เคยผ่านประสบการณ์เลวร้าย จากความรักมาแล้ว . . .
พวกเขารู้สึกว่า . . .
การนำตัวเองเข้าไปพัวพันกับความรัก
ก็เหมือนกับการเสี่ยง .. . เสี่ยงที่จะถูกปฏิเสธ . . .
ถูกทำให้ผิดหวัง . . . ถูกทอดทิ้ง..และทำให้เจ็บปวด
จึงเป็นที่มาของความรู้สึก . . . กลัวความรัก . . .

. . . แม้ความรักอาจไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต
แต่มันก็มีค่า.. ต่อการมีชีวิตอยู่
เป็นแรงบันดาลใจให้เราทำอะไรได้มากมาย
. . . อยากบอกกับคนที่ยังกลัวความรักว่า
ไม่ผิดหรอกที่คุณจะกลัวมัน
เพราะอย่างน้อยคุณก็รู้ตัวเองดีว่า กลัวความรัก

ต่างกับคนที่วิ่งหนีความรัก และเฝ้าหลอกลวงตัวเองว่า
มีความสุขดีแล้วกับการอยู่คนเดียว
ไม่จำเป็นต้องพบเจอและสร้างกำแพงขึ้นมาปิดกั้นตัวเอง
เพราะกลัวจะต้องรักคนอื่น
แต่ลืมนึกไปว่า ถึงเราจะหนีมันอย่างไร ก็หนีไม่พ้นหรอก
เพราะความรักมันอยู่ในใจของเรา
จะหนียังไงมันก็เจ็บปวดอยู่ลึก ๆ
แล้วคุ้มหรือเปล่ากับการต้องหลอกตัวเองไปเรื่อย ๆ อย่างนั้น

.... หนทางของความรัก มันอาจจะไม่ได้เป็นภาพที่ชัดเจน
ให้เราเดินไปได้สะดวกหรือง่าย ๆ
แต่สิ่งที่รออยู่ที่ปลายทางนั้น ก็มีค่ามากพอ
ที่จะกวักมือเรียกเราให้เดินเข้าไปหา
. . . แทนที่เราจะวิ่งหนีมัน ก็เปลี่ยนมาเป็นเตรียมตัวเองให้พร้อม
เวลาที่จะต้องไปเจอกับมันดีกว่า

เหมือนกับเวลาที่เราออกเดินทาง
ก็เตรียมเสื้อกันหนาวไปบ้างเผื่อเจออากาศที่หนาวเย็น
เสื้อกันฝนหยิบไปหน่อยก็ดี
เผื่อหยิบมาใส่เวลาที่ฝนมันตก
หยูกยาก็ติดไปบ้างนิด ๆ หน่อย ๆ
พอปฐมพยาบาลตัวเองเบื้องต้นเวลาเจ็บไข้

. . . แต่ถ้าเดินทางออกไปแล้วโชคร้าย
ต้องสะบักสะบอมกลับมาก็ไม่เป็นไร
รักษาตัวเองใหม่ เผื่อออกเดินทางในครั้งต่อไปก็เท่านั้นเอง
แต่เชื่อไหมว่า . . . การเดินทางครั้งต่อไปของเรา
มันต้องดีกว่าครั้งแรกอยู่แล้วล่ะ . . .ว่าไหม?
22 února

“รักไม่ได้วัดกันที่เวลา” คุณว่าจริงไหม?

"มาตรวัดความรักไม่ได้วัดกันตรงที่...
ใครรักก่อน หรือ รักทีหลัง"

คนที่รักมานาน . . . อาจไม่ได้รักมากกว่า
และ . . . คนที่รักทีหลัง . . . อาจไม่ได้รักน้อยกว่า
เพราะความรักไม่ได้ขึ้นอยู่กับระยะเวลาเพียงอย่างเดียว

คนที่มาก่อน" รั ก ก่ อ น "
วันคืนที่ผ่านมามากมายอาจไม่มีค่าไม่มีความหมายเลย
ถ้าหากเพียงแค่ต้องรักไปวัน ๆ . . .
หรือรักไปเหมือนกับทุก ๆ วันที่เคยรัก
รักอย่างเป็นหน้าที่ . . . หรือรักเพราะเคยรัก . . .

ในขณะเดียวกัน . . .
กับวันคืนเพียงไม่กี่วันของคนที่มาทีหลัง . . .
ก็อาจมีค่ามากเหลือเกิน

ความรัก จึงไม่ได้สำคัญที่ว่ารักกันมานานแล้ว
หากแต่ความรักสำคัญตรงที่ เราใช้ทุกวันให้มีค่า
ให้เต็มไปด้วยความหมายแห่งรัก
รักแล้ว . . . ทำสิ่งดีๆ ให้กันด้วยความเต็มใจ และกระตือรือร้น
นั่นแหละจึงจะเรียกว่าความสำคัญของ “ รั ก ”

ใครรักมาก หรือ รักน้อยจึงไม่ได้วัดกันที่ระยะเวลา
และไม่อาจเชื่อมั่นในคนที่มาก่อน . . .
หรือ ไม่อาจดูถูกคนที่มาทีหลังว่าเขาไม่มีความสำคัญ
ความจริงแล้วคนที่มาที่หลังอาจสำคัญมากกว่าคนมาก่อนก็ได้
19 února

...เมื่อคนเรารักกัน...

เมื่อคนเรารักกัน...ไม่ต้องคิดว่า...จะโง่ หรือ จะฉลาด
ไม่ต้องคิดว่า...ถ้าเชื่อเค้าแล้วเราจะโง่ในสายตาใคร ใคร
ไม่ต้องคิดว่า...ถ้าเปิดหูตารับฟังปากชาวบ้านเป็นการฉลาด
ไม่ต้องคิดว่า...ถ้าเชื่อว่าเค้ารักเราคนเดียวเป็นเรื่องโง่
ไม่ต้องคิดว่า...ถ้ารู้ว่าเค้าทำอะไรเพื่ออะไรเป็นเรื่องฉลาด
ไม่ต้องคิดว่า...ถ้าให้โอกาสเค้า เรื่อย เรื่อย เป็นเรื่องโง่
ไม่ต้องคิดว่า...ถ้าตั้งกฎเกณฑ์แล้วจะฉลาด

เมื่อคนเรารักกัน…เราไม่ได้เล่นเกม
ไม่ใช่เล่น...หมากรุก...ที่ต้องมองเชิงกันก่อน
ไม่ใช่เล่น...วิ่งไล่จับ..คนหนึ่งหนีคนหนึ่งวิ่งตาม
ไม่ใช่เล่น...ซ่อนหา..ต้องตามจิกตามหาตลอดเวลา
ไม่ใช่เล่น...โยนเหรียญ ...สุ่มเอาว่าจะหัวหรือก้อย

เมื่อเรารักกัน...เราไม่ได้ทดลอง action = reaction
เวลาเราให้เค้าไป...ไม่จำเป็นว่าต้องได้รับกลับ
เวลาเค้าโมโหใส่...ไม่จำเป็นต้องโมโหกลับ
เวลาเค้าทำไม่ดีกับเรา...ไม่จำเป็นต้องทำบ้าง
เวลาเค้าไม่ทำดีให้...ไม่ได้หมายความว่าเราไม่ควรทำสิ่งดี ดีให้เค้า

เมื่อเรารักกัน...ไม่จำเป็น...ต้องหาเหตุผลให้กับเหตุการณ์ทุกอย่าง
ไม่จำเป็น...ต้องกลัวในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น...
ไม่จำเป็นที่ต้องบอกเค้าว่า....
"เค้าคงไม่เห็นคุณค่าของสิ่งของที่เค้ามีถ้า เค้ายังไม่เสียมันไป...."

จำไว้ให้แน่นใจ...กับเรื่องดีๆ ที่เค้าพูด
จำไว้ให้อบอุ่นใจ...กับสิ่งดี ดีที่เค้าทำให้เรา
ค้นมันออกมา...เวลาเหงาใจ
ค้นมันออกมา...เวลาไม่มั่นใจ
ค้นมันออกมา...เวลาเสียใจ
เพราะว่า...เวลาใจเราอ่อนแอ สิ่งดี ดี...ของเรา 2 มักจะ...หายไป...
...อย่า !!! ปล่อย...ให้มันหายไป....
เราอาจจะเสียใจ... ที่เราหลงลืมเรื่องดี ดี...เหล่านั้น
18 února

อย่าคิดว่าฉันไม่มีหัวใจ . . .

"ความรัก" มักทำให้คนเราเสียใจอยู่เสมอเหรอ ?
สำหรับคนอื่นนั้นคำตอบจะเป็นอย่างไรฉันไม่รู้ . . .
ฉันรู้เพียงแต่ว่า “ความรัก” มันทำให้ฉันเสียใจอยู่ตลอดเวลา

ก็อาจจะมีบ้างสำหรับเวลาที่มีความสุข
แต่มันคงเป็นเพียงแค่ เสี้ยวนาที . . .
หรือ เศษเสี้ยวของวินาทีเท่านั้นที่ฉันมีความสุขกับ . . . รัก

รู้สึกเหนื่อยและท้อเหลือเกินกับรักที่เป็นอยู่ตอนนี้
ถามว่ามีความสุขมั้ย . . . ตอบได้เลยนะว่ามี (บ้าง)
ฉันมีความสุขทุกครั้งที่เจอเธอ คุยกับเธอ คิดถึงเธอ
แต่เธอซิ . . . เคยนึกถึงหัวใจและความรู้สึกของฉันบ้างมั้ย

ทุกครั้งที่เธออยู่กับเขา ทุกครั้งที่เธอมีเขาอยู่ข้างกาย
ทุกครั้งที่เธอกอดเขา ทุกครั้งที่เธอพูดถึงเขา . . .
รู้มั้ย . . . ฉัน . . . ฉันคนนี้เจ็บปวดและทรมานมากแค่ไหน
ฉันอยากให้เธอได้รับรู้ถึงความรู้สึกนี้บ้าง
เผื่อเธอจะได้ . . . สงสารฉัน

แต่มันก็เท่านั้นแหละ เพราะฉันไม่มีทางเลือก ไม่มีแม้กระทั่งที่ไป
เมื่อตกอยู่ในวังวนนี้ หนียังไงก็หนีไม่พ้น
ฉันพยายามที่จะหยุดรักเธอ แต่ก็ทำไม่ได้เลย
ฉันถึงได้เจ็บปวดอยู่อย่างนี้ เรื่อยไป

ฉันเชื่อว่าคงมีสักวันนะที่ฉันจะหยุดรักเธอได้
ฉันจะทำให้ได้ ฉันไม่อยากอยู่ในสภาพนี้หรอกนะ . . .

แต่ว่า . . . ในช่วงที่ฉันยังทำใจหยุดรักเธอไม่ได้
ได้โปรดเถอะ นึกถึงหัวใจดวงนี้บ้าง
นึกถึงคน - คนนี้ที่รักเธอบ้างนะ
รู้ไว้เถอะนะว่า . . . ฉันคนนี้ก็มีหัวใจ
. . . มีหัวใจที่รักเธอ

12 února

14 อาการ ที่บ่งบอกว่าคุณกำลังมี “ความรัก”

1. อยากเห็นหน้า ไม่งั้นบ้าตาย!!

2. คิดถึง ... ตั้งแต่ตื่นนอน ... จนถึงเข้านอน ... หรือไม่ก็ฝันมันซะเลย ไม่เว้นแม้แต่เข้าห้องน้ำ

3. เห็นหน้าเขาคนนั้นทีไร หัวใจก็เต้นโครมครามโดยไม่มีเหตุผล

4. แอบมองเขาทั้งระยะใกล้ และระยะไกล ไม่ให้เขารู้ตัว ไม่กล้าสบตา เดี๋ยวเขารู้

5. เกาะติดสถานการณ์ เห็นเขาอยู่ไหน พยายามพาตัวเข้าไปใกล้ใกล้

6. อยากรู้จัก อยากพูดคุย อยากได้ยินเสียง อยากยิ้มให้

7. โรแมนติกขึ้นมาหน้าตาเฉย มีการพับดาวใส่ขวด เขียนกลอน เพ้อรำพึงรำพัน

8. เห็นเขาเดินกับใคร คุยกับใคร หัวใจปั่นป่วนจวนจะระเบิด

9. หวั่นไหวไปกับเสียงเพลง และมิวสิควีดีโอ แอบยิ้มหวานคนเดียว

10. ห่วงใยความสวยของตัวเองอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน

11. สืบเสาะแสวงหาข้อมูลส่วนตัวของเขา เกิดวันไหน เรียนห้องไหน บ้านอยู่ไหน เบอร์โทรอะไร หาให้วุ่น

12. อยากรู้ว่าเขาชอบอะไร ดูหนัง ฟังเพลงแบบไหน อะไรนะที่เป็นของโปรดเขา

13. เริ่มคิดหนักว่าเขามีใครเป็นหวานใจหรือยัง แล้วอย่างเรานี่สเปคเขารึเปล่าเนี่ย เริ่มจินตนาการไปต่างๆ นานา

14. เริ่มบนบานศาลกล่าว ผ่านดวงดาว... ลมหนาว... ดวงจันทร์... ยันดวงอาทิตย์ ช่วยให้สมหวังทีเถ๊อะ ... เจ้าประคู๊ณ...ณ!!

หากคุณถูกรุมเร้าด้วยอาการเหล่านี้ เพียงแค่ 5 ข้อ ก็เข้าข่ายให้รู้ตัวไว้นะคะ ว่ามันเริ่มมีอะไรพิเศษๆ เข้าแล้วแหละ แต่ถ้าอ่านแล้ว ปรากฏว่าถูกทุกข้อ ไม่ต้องคิด ไม่ต้องสงสัยอะไรอีกต่อไป ในเมื่อมันใช่ มันโดน มันถูกเผงซะขนาดนี้ ก็แสดงว่าคุณกำลังทำความรู้จักกับคำว่า ความรักกก... เข้าแล้ว!! อิอิ

10 února

“วาเลนไทน์”อยากบอกความในใจอะไรกับคนที่เรารัก

นับถอยหลังเหลือเพียงไม่กี่วันก็จะถึง “วันแห่งความรัก”- 14 กุมภาพันธ์ วันที่ทุกคนโดยเฉพาะคู่รักต่างตื่นเต้นและรอคอย เพราะวันนี้ถือเป็นที่เปิดโอกาสให้ทุกคน “มอบของขวัญ” ให้กับคนที่เรารัก แทนความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน นอกจากนี้ ในวันวาเลนไทน์ “การบอกรัก” กับคนพิเศษ ก็ถือว่าเป็นอีกวิธีการหนึ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟังได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม “ความรัก” ใช่จะถูกจำกัดแต่เฉพาะคนหนุ่ม-สาวหรือคู่รักเท่านั้น หากแต่ “ความรัก” ไม่ว่าเกิดขึ้นกับใครหรือสิ่งใด ความรัก ก็ถือว่าเป็นสิ่งงดงามทั้งนั้นดังนั้นเมื่อถึงวันดี วันแห่งความรักในปีนี้ ถึงเวลาแล้วที่เพื่อนๆ จะบอกความในใจให้คนพิเศษได้รับรู้ จะบอกรักแฟน รักเพื่อน รักพ่อ รักแม่ รักพี่ รักน้อง รักเจ้าตูบ รักเจ้าเหมียว หรือแอบรักใครก็ขอให้รีบ ๆ บอกให้เขารับรู้ได้แล้วนะคะ ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

แต่เนื่องจากอาจมีใครบางที่คนอยากบอกรักใจแทบขาด แต่ดันเขินจนพูดไม่ออก ไม่กล้าพูด ต่อหน้าคนพิเศษเหล่านั้น ต้องเก็บอัดอั้นในใจไว้คนเดียวจนถึงเดี๋ยวนี้ แล้วจะบอกยังไงดี?

09 února

แด่ . . . คนที่รักแฟนมากกว่าพ่อแม่

. . . หลังวาเลนไทน์ วันที่ 14 กุมภาพันธ์

ผมเป็นอีกคนหนึ่งที่เหมือนคนทั่วไป
“กุหลาบ ช็อคโกแลต คำบอกรัก"
สามสิ่งนี้ต้องเวียนเข้ามาหาชีวิตผม
เพื่อให้คนคนหนึ่งใน ทุก ๆ ปีของวันนี้

. . . ก่อนวันที่ 14 กุมภาพันธ์

ผมเดินออกจากบ้าน
ในมือมีผ้าเช็ดหน้าสีชมพูที่ต้องการเอาให้แฟนของผม
เธอเป็นหญิงสวยมาก เป็นดาวคณะของมหาลัยของเรา

ก่อนผมจะออกไปพบเธอ เธอโทรมาหาผม
ผมจึงวางผ้าเช็ดหน้าที่ผมบรรจงพับไว้บนโต๊ะ

หลังจากการพร่ำบอกรักกันด้วยถ้อยคำหวานหูเป็นเวลานานทีเดียว
ผมปรี่ออกจากบ้านไปหาเธอ
โดยไม่ลืมผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น

แต่แล้ว!!
ผมก็เห็นพ่อของผมถือมันออกมา ในผ้าผืนนั้นมีรอยเลือด
"พ่อ ทำอะไรหนะ" ผมโพล่งถามด้วยความโมโห

พ่อหน้าซีดทันที
"ไอ้เหมียวหนะ มันโดนกัด พ่อเลยเอาผ้าไปเช็ดเลือด"
"พ่อรู้ไหม ผมกำลังจะเอาไปให้แฟน"

พ่อเงียบ . . . ผมเกลียดจริงๆ เวลาพ่อเงียบเมื่อจนกับปัญหา
ความโหโหสั่งผมให้ทำได้แม้กระทั่งจะตบหน้าพ่อ

พ่อเบือนหน้า
"พ่อขอโทษ มานี่ . . . " พ่อยื่นมือมารับผ้าเช็ดหน้า
"พ่อจะเอาไปซักให้เอง"

ผมงอนพ่อถึงกับไม่ยอมคุยกับพ่อเป็นเวลานานพอควร
ไม่ยอมลงจากบ้าน
เป็นเวลาเกือบทั้งสองวันที่ผมไม่เจอหน้าใคร
หมกตัวอยู่กับห้อง มีเพียงแม่เท่านั้นที่คอยส่งข้าวให้ผม

ยามเมื่อผมมองตาแม่ครั้งใดทุกครั้ง ดวงตาแม่จะแดงปรี่ด้วยน้ำตา
ผมเริ่มรู้สึกว่า บางทีผมอาจจะทำเกินไป

. . . 14 กุมภาพันธ์

ตั้งแต่ครั้งที่ผมเห็นแม่เสียใจ
ผมก็รู้สึกว่าผมทำอะไรผิดไปหรือเปล่า
ผมยอมออกมาจากห้อง

ผมไม่เห็นพ่อ
เดินออกมาที่บริเวณลานซักผ้า กาละมังยังมีผ้าที่ยังไม่ซักหลายผืน
ข้างๆ มีกองเลือดอยู่ และที่ราวตากผ้ามี ผ้าเช็ดหน้าของผม
ถึงจะล้างรอยเลือดไม่หมด ก็ยังดีที่พ่อยังห่วงใยผม ยังแคร์ผมอยู่

"พ่อ ผมอยากขอโทษครับ"
พอผมหันหน้าจะกลับเข้าบ้าน ก็พบกับแม่ แม่ร้องไห้มาแต่ไกล
แม่วิ่งมากอดผม "พ่อเสียแล้วนะ"
ผมอึ้ง!!

แม่ลำดับเหตุการณ์ และทำให้ผมทราบว่า
พ่อป่วยเป็นโรคทางเดินหายใจติดเชื้อ
รอยเลือดที่เห็นนั้นคือเลือดที่พ่อจามออกมา พ่อมองไม่เห็น
"พ่อกำชับแม่มาตอนที่ลูกโกรธว่า อย่าบอกลูกเด็ดขาดว่าพ่อป่วย "
"ทำไมล่ะครับ"
"พ่อกลัวเราจะเสียใจ แล้วไม่ได้ออกไปเที่ยวกับแฟน"

ผมอึ้งเป็นครั้งที่สอง!
"พ่อบอกแม่ด้วยว่า ถ้าพ่อเสียวันนี้ อย่าเพิ่งบอกลูก
ให้ลูกไปเที่ยวกับแฟนก่อน
พ่อไม่อยากให้ลูกเป็นทุกข์ พลาดโอกาสอย่างนี้เพราะพ่อคนเดียว
พ่อบอกด้วยว่าพ่อซักผ้าเช็ดหน้าให้แล้ว มันไม่สะอาดหรอก
แต่พ่อบอกว่าพ่อของลูกทำดีที่สุดแล้ว"

ผมกอดแม่ ร้องไห้
วันนี้จะเป็นวันวาเลนไทน์ที่อยู่ในความทรงจำตลอดไป

"พ่อครับ ผมขอโทษ . . . "
08 února

"เพื่อน" คำที่ไม่มีวันเลือนลางในใจเรา

"เพื่อน" การที่จะรับใครสักคนเข้ามาเป็น "เพื่อน"
คงไม่ใช่เรื่องยากแค่เราเปิดใจให้กันและกัน แต่ถ้า
"เพื่อนสนิท เพื่อนรัก เพื่อนกินเพื่อนตาย" ล่ะ
ความหมายมันแตกต่างจากคำว่าเพื่อนแค่ไหนในความรู้สึกของคุณ

มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ฟัง มีเนื้อหาดังนี้
ไก่ กระต่าย เป็ด และหมู เป็นเพื่อนกัน
ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทั้งสี่เริ่มที่จะสนิทกัน
มากขึ้นเรื่อย ๆ ไก่...ขยัน อดทน ตื่นแต่เช้า
หาอาหารมาให้ทั้งตัวเองและเพื่อน
กระต่าย...น่ารัก สุภาพ พูดจาอ่อนหวาน เป็นที่รักและเอ็นดูของทุก ๆ ตัว
เป็ด...โผงผาง ใจร้อน เสียงดัง พูดจาตรง ๆ หมู...ขี้เกียจ พูดจากระโชก
โฮกฮาก ไม่สะอาดแต่รักเพื่อนเป็นที่หนึ่ง สามารถทำอะไรเพื่อเพื่อนได้เสมอ

ด้วยการเดินทางที่ต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทั้งสี่จึงสนิทและรักกันมาก
ทุกตัวล้วนมีความสำคัญให้แต่ละตัวซึ่งกันและกัน
วันหนึ่งทั้งสี่ตัวต้องเดินทางผ่าน
โคลนสกปรก เหม็น และมีแต่เชื้อโรคทั้งสี่ตัว ไม่มีทางเลือกอื่น
จำเป็นที่จะต้องเดินผ่านบ่อโคลนนี้


หากจะเดินกันไปทีละตัว แต่ละตัวต้องสกปรก และป่วยด้วยเชื้อโรคนั้นแน่นอน

หมูจึงรับอาสาที่จะให้เพื่อนขี่หลังเพื่อเดินข้ามไป

กระต่ายจึงพูดขึ้นว่า "ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
เพราะหมูตัวโตและแข็งแรง"
หมูได้ยินเช่นนั้นจึงดีใจและภูมิใจ เป็ดเลยพูดขึ้นว่า
"และหมูก็ชอบเล่นโคลนสกปรกอยู่แล้วนี่หว่า ก๊ากกกก"
หมูเองได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะต่อกัน
กระต่ายเลยพูดขึ้นว่า "ไปว่าหมูอย่างนั้นได้ยังไง เดี๊ยวหมูก็เสียใจหรอก"
หมู : "ไม่เป็นไรหรอก ฉันรับได้ เพราะถึงยังไงเราก็เพื่อนสนิทกัน
พูดมาแบบนี้ ฉันไม่ถือหรอก"
เป็ด : "ใช่แล้ว เราสนิทและรักกันมาก และรู้ใจกัน เรื่องแค่นี้พูดกันเล่นๆ
แค่นั้นเอง"
ไก่ : "งั้นเราเดินทางกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน"
ทั้งสามจึงขึ้นหลังหมูแล้วเดินไป

ในระหว่างที่อยู่ในโคลน เป็ด มองไปเห็นไส้เดือน
จึงใช้ปากคุ้ยโคลนเพื่อที่จะกินไส้เดือน
ในระหว่างที่คุ้ยโคลน โคลนเกิดกระเด็นไปโดนกระต่าย กระต่ายเลยสกปรกไปด้วย
กระต่าย : "เป็ด ระวังหน่อยสิ โคลนมันกระเด็นมาโดนฉันนะ"

เป็ด : "อะไรกัน แค่นี้เอง เดี๋ยวผ่านบ่อโคลนไปค่อยทำความสะอาดก็ได้นี่"
กระต่าย : "แต่มันไม่เหมือนเดิม เพราะขนขาว ๆ
ของฉันมันก็คงเป็นรอยเปื้อนอยู่ดี"
ไก่ : "เอาน่า หยุดได้แล้ว นิดเดียวเองนะกระต่าย เป็ดเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
ดูหมูซิ
เค้าเปื้อนทั้งตัวแถมต้องแบกเราอีก เค้ายังไม่บ่นซักคำ"
กระต่ายด้วยความเคืองนิด ๆ
จึงพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า "ก็หมูสกปรกนี่ ไม่เหมือนฉัน ฉันต้องสะอาด
สกปรกไม่ได้" หมูเองได้ยินเช่นนั้น
ก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เหตุใดเพื่อนถึงพูด
กับเขาเช่นนั้น หมูก็ร้องไห้

ไก่จึงพูดขึ้นว่า "แล้วนี่คือสิ่งที่หมูต้องได้รับเหรอ กับการที่เค้าเป็นหมู
มีนิสัยเป็นหมู
เค้าต้องได้รับแต่สิ่งสกปรกเท่านั้นเหรอ แล้วการที่เป็ดกินอะไรแล้วต้องคุ้ย
แล้วไก่อย่างฉันต้องเขี่ยอย่างนี้ มันเป็นพื้นฐานนิสัยที่ติดตัวเรามาตลอดนะ
เราเลือกได้เหรอ"

ไก่ : "ความแตกต่างของแต่ละตัว ไม่เหมือนกัน เราเป็นเพื่อนกัน ต้องเข้าใจและ
เปิดใจรับสิ่งที่ไม่สวยงาม และสิ่งที่สวยงามซึ่ง กันและกันสิ
ไม่มีใครที่สวยงามได้ตลอดเวลานะ"

เป็ดจึงพูดขึ้นว่า "ฉันก็คิดว่าเราสนิทและรักกันมาก
เชื่อใจกันรับรู้ในสิ่งที่แต่ละตัวเป็นแล้ว
ฉันไม่ทันนึกว่าเธอรับฉันแบบนี้ไม่ได้ฉันขอโทษนะ"

กระต่ายได้ยินเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า "จริงสินะ เราเป็นเพื่อนกัน
แถมเป็นเพื่อนรักกันด้วย
ทำไมฉันถึงไม่เข้าใจนะว่าเราทั้งสี่แตกต่างกัน
แต่เรายังสามารถผ่านอุปสรรคต่าง

มาด้วยกันได้ขนาดนี้ หแล้วแต่ละตัวเราก็ไม่เหมือนกันเลย"
"ฉันขอโทษนะที่ฉันเป็นอย่างนี้"

หมูกล่าวขึ้นว่า "ไม่เป็นไรหรอกกระต่าย ฉันก็เข้าใจว่าเธอน่ารัก สะอาด
และจิตใจ
อ่อนไหว เธอก็ไม่เหมือนกับฉัน
บางครั้งฉันก็พูดอะไรหรือทำอะไรที่กระโชกโฮกฮากไป
บางครั้งเธออาจจะรับไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าด้วยความที่เราเป็นเพื่อนรักกัน
เธอคงจะรับฉันได้ซักวันหนึ่ง"

กระต่าย : "ฉันเองก็ขอโทษด้วยที่ฉันอ่อนไหวเกินไปแบบนี้
ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่ง
เราแต่ละตัวที่แตกต่างกันคงเข้ากันได้และ
ยอมรับในสิ่งที่แตกต่างกันของแต่ละตัวได้"

ไก่จึงพูดขึ้นบ้างว่า "เอาล่ะ แต่ละตัวก็เข้าใจกันแล้วนะ
ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว
และด้วยความที่เรารักและสนิทกันและก็รู้จักกันมานาน
บางครั้งจึงทำอะไรโดยไม่ทันคิด
แต่ทำให้อีกคนรู้สึกไม่ดี
ฉันคิดว่าคงไม่ได้ตั้งใจและเผลอทำอะไรไปก็เท่านั้น"

เป็ด : "เราเข้าใจกันดีแล้วนะ งั้นเราเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมากขึ้นนะ
เพราะเราก็รับในสิ่งที่แตกต่างของแต่ละตัวได้แล้ว"
หมู : "ใช่แล้ว งั้นเราทั้งสี่ มาร่วมกันและตั้งใจที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อม

กันและเดินเคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไปนะ"

หมู เป็ด ไก่ กระต่าย : "ไชโย เราเป็นเพื่อนรักกัน"
แล้วทั้งสี่ก็เดินไปด้วยกัน
อยู่เคียงข้างกันไป ตลอดเส้นทางเดินแห่งนั้น......

จากนิทานเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว อาจจะทำให้เกิด
ความไม่เข้าใจและไม่พอใจในอีกฝ่าย และบางครั้งด้วยความที่ทั้งสี่สนิทกันมาก
การกระทำบางอย่างที่แสดงออกไปจึงไม่ทันคิดว่า อาจจะไปทำร้ายความรู้สึก
หรือทำให้ใครอีกคนไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ทั้งสี่คือเพื่อนรัก เพื่อนสนิท
เพื่อนที่รู้จักรู้ใจกันมานาน
จึงทำให้ทั้งที่กลับมาเป็นเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันได้
อย่างเดิมคำว่าเพื่อนรักของคุณ คุณให้ความหมายและความสำคัญของคนที่คุณ
ให้เค้าเป็นเพื่อนได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวคุณเอง บางครั้ง
คุณอาจจะได้รับในสิ่งที่คุณ
ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนสนิทจะทำอย่างนี้กับคุณ แต่หากมองย้อนกลับไป
คุณเองก็อาจจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดกับเพื่อนของคุณได้เช่นกัน

กลับมามองอีกทีว่า คุณให้ความหมายกับเพื่อนของคุณมากแค่ไหน
เพื่อนที่มีแต่สิ่งที่ดีให้แก่กันแค่นั้นเหรอ
เพื่อนที่จะยิ้มและสนุกไปด้วยกันแค่นั้นเหรอ
แล้วหากวันหนึ่ง เกิดฝ่ายใดทำอะไรที่ไม่ดีหรือไม่สวยงามขึ้นมาล่ะ
คุณเข้าใจและรับรู้ในสิ่งเหล่านั้นได้มากแค่ไหน
คุณสามารถที่จะให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด

ทั้งที่อาจจะเกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจได้มากน้อยแค่ไหน...

คำตอบย่อมอยู่ในใจคุณดี....
กลับมามองและเข้าใจเพื่อนของคุณดีแล้วหรือยัง
เข้าใจเพื่อนของคุณมากน้อยแค่ไหน

เมื่อคุณอ่านข้อความข้างต้นจบ....คุณคิดถึงใครล่ะ????
คุณเท่านั้นที่รู้คำตอบ
07 února

“เพื่อน” ของคุณเป็นแบบนี้ไหม?

เพื่อน . . .คือคนแปลกหน้าคนแรก ที่ทำให้เรารู้จักความรัก
. . . นอกเหนือจากคนในครอบครัวที่เรารู้จักกันมาตั้งแต่เกิด

เพื่อน . . . โผล่หัวมาตอนโต
เป็นใครไม่รู้ จู่ๆวันหนึ่งเราก็รักมัน

ความรักเพื่อน เป็นความรักที่น่าเคารพยกย่อง
. . . แต่ต้องเป็นเพื่อนแท้นะ


เพื่อนจะรักกันแบบพอดี . . .
ไม่หวง ไม่หึง ไม่ต้องการอะไรตอบแทน
เรารักกันสบายๆ มีปัญหาอะไรปรึกษากัน มีเรื่องเดือดร้อนช่วยกัน

แต่ในขณะเดียวกัน. . .
ต่างคน ต่างก็มีโลกของตัวเอง เธอมีแฟนฉันไม่ว่า
เธอสนุก . . .ของเธอไป เราต่างยินดีในความสุขของกันและกัน
ไม่ต้องมาเจอกัน ก็ยังห่วงกัน คิดถึงกัน
ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบอยู่เสมอ

ถ้ามั่นใจว่าเจอเพื่อนแท้แล้ว
เชื่อเถอะว่า ไม่ว่าเราจะห่างกันยังไง เราจะคิดถึงกัน
และเราจะไม่มีวันเลิกคบกัน . . .
ต่างฝ่ายต่างมีเพื่อนใหม่ ก็ยังเป็นเพื่อนกันไ

ความรักของเพื่อนมันเป็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข
คนบางคนบอกว่า คุยกับเพื่อนได้ทุกเรื่อง
แต่คุยกับแฟน . . . กับพ่อแม่ได้บางเรื่อง
นี่แหละที่มันเป็นความรักที่ประหลาด แต่งดงาม
มันมีความเข้าใจ . . . ไว้ใจ . . . เชื่อใจ . . . ในจุดสมดุล

ฤดูกาลผันผ่าน อาจเปลี่ยนวันวานไปได้
แต่ตราบใดภาษายังไม่เปลี่ยนไป
คำว่า " เพื่อน" เขียนอย่างไร
ความหมายย่อมเหมือนเดิม

03 února

"คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา"

ระหว่าง "คนที่เรารัก" กับ "คนที่รักเรา" เราควรจะเลือกใครดี

คนที่เรารัก.....คือคนที่ใช่สำหรับเรา

แต่บางครั้ง.....เรากลับรู้สึกว่าเขาไม่ใช่

คนที่เรารัก.....คือคนที่เราคิดว่าเรารู้จักเขาดี

แต่แท้จริงแล้ว....เรากลับไม่รู้จักเขาเลย

คนที่เรารัก......คือคนที่เราพร้อมจะเป็นผู้ให้

แต่สิ่งที่เราให้.....เขากลับไม่เคยมองเห็นสิ่งที่เราให้ไป

คนที่เรารัก........คือคนที่เราอยู่ด้วยเวลามีความสุข

แต่เวลาเราทุกข์.....เรากลับมองหาเขาไม่เจอ

คนที่เรารัก....คือคนที่เราใส่ใจทุกเวลา

แต่ที่แย่กว่าคือ.....ตลอดมาเขาไม่ได้ "รักเรา"

…………………………………………………………….

คนที่รักเรา.......คือคนที่เราเพียงมองผ่าน

แต่เขา.....กลับมองเราอย่างใส่ใจ

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่พยายามทำความรู้จัก

แต่เขา.....กลับพยายามทำความรู้จักเรา

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยให้ความสำคัญมากมาย

แต่เขา.....กลับให้ในสิ่งที่ล้วนมีค่ามีความสำคัญกับเรา

คนที่รักเรา......คือคนที่เราไม่เคยเห็นหน้าเวลาสุข

แต่เวลาทุกข์......เขากลับเป็นเหมือนเงาคอยเฝ้าตาม

คนที่รักเรา.....คือคนที่เราไม่เคยนึกถึง

แต่มีสิ่งหนึ่ง.....บอกให้รู้ว่า......"เขารักเรา"